คลายข้อสงสัย ดูดไขมันหน้าท้องกี่จุด? นับจุดยังไงบ้าง?

ดูดไขมัน

เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ ได้ที่นี่เลยค่ะ

          ดูดไขมันหน้าท้องกี่จุด? ข้อสงสัยในใจของใครหลาย ๆ คนที่กำลังสนใจในการดูดไขมันหน้าท้อง แอดมินเชื่อว่าหลังจากที่เราค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการดูดไขมันที่ท้องคงจะพบรีวิวดูดไขมันหน้าท้องแบบนับไม่ถ้วนแน่ ๆ บางที่ก็นับหน้าท้องทั้งหมดเป็น 1 จุด บางที่ก็นับเป็น 2 จุด 4 จุด บางทีนับด้วยบริเวณ บางที่นับแบบใช้ฝ่ามือ จนเกิดเป็นคำถามต่าง ๆ เช่น ถ้าการนับจุดดูดไขมันหน้าท้องต่างกัน ราคาดูดไขมันหน้าท้องจะต่างกันด้วยไหม? สรุปแล้วดูดไขมันหน้าท้องกี่จุดกันแน่???​ วันที่ทาง Amara Clinic (เอมาร่าคลินิก) จะมาอธิบายเรื่องการดูดไขมันหน้าท้อง รวมไปถึงการนับจุดในแบบฉบับของคลินิกให้อ่านกันค่ะ

การดูดไขมันหน้าท้องคืออะไร? ช่วยอะไรได้บ้าง?

          การดูดไขมันหน้าท้อง คือการนำไขมันที่สะสมอยู่ใต้ชั้นผิวหนังออกมา โดยใช้เครื่องดูดไขมันพลังงานต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการสลายไขมัน เช่นเครื่องดูดไขมันพลังน้ำ (body-jet) และเครื่องดูดไขมันพลังคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ (Ultra Z) เป็นต้น เมื่อสลายไขมันเรียบร้อยแล้ว แพทย์ก็จะดูดไขมันออกมากำจัดทิ้งไป (สำหรับเคสที่สลายไขมันด้วยเครื่อง Ultra Z หรือเครื่องดูดไขมันกลุ่มความร้อน) และดูดไขมันออกมาปั่นคัดแยก เลือกเฉพาะเซลล์ไขมันที่ดีมาเติมเต็มส่วนอื่น ๆ ในร่างกายตามต้องการ เช่นใบหน้า, หน้าอก, หลังมือ และสะโพก (สำหรับเคสที่สลายไขมันด้วยเครื่อง body-jet) หลังการดูดไขมันแพทย์ก็จะเย็บปิดปากแผล 1 เข็ม เพื่อให้น้ำสามารถระบายออกมาทางแผลได้ (ทำให้อาการบวมน้อยลง) หรือในบางเคสอาจจะมีการทำกระชับผิวหลังดูดไขมันร่วมด้วย เครื่องดูดไขมันแต่ละแบบ แตกต่างกันอย่างไร?

สาเหตุที่ทำให้เรามีไขมันส่วนเกินที่หน้าท้องคือ…?

          ไขมันที่สะสมบริเวณหน้าท้อง มักเกิดจากการที่เรากินอาหารในปริมาณที่มากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ เมื่อร่างกายเผาผลาญไม่หมด จึงเหลือเป็นพลังงานสะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หรือที่เราเรียกว่า “ไขมันส่วนเกิน” โดยมักจะสะสมมากในบริเวณหน้าท้อง, ต้นแขน, ต้นขา หรือเหนียงเป็นต้น เมื่อสะสมมากเข้า ก็จะทำให้ตัวเราใหญ่ขึ้นหรืออ้วนขึ้นนั่นเอง ไขมันที่สะสมบริเวณหน้าท้องกับไขมันที่สะสมอยู่ที่บริเวณอื่นมีความแตกต่างกันคือ ไขมันที่สะสมอยู่ตามบริเวณอื่น ๆ เช่น ต้นแขนหรือต้นขาจะเป็นไขมันที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย มีผลต่อความสวยงามของรูปร่างเท่านั้น แต่ไขมันที่สะสมอยู่บริเวณหน้าท้อง เราสามารถแบ่งออกได้เป็นสองชนิด คือไขมันใต้ชั้นผิวหนัง (Subcutaneous Fat) และไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat)

          อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าไขมันใต้ชั้นผิวหนังนั้น ไม่มีความอันตรายและสามารถกำจัดได้โดยการดูดไขมันหน้าท้อง แต่ไขมันที่สะสมอยู่ในช่องท้องนี้ เป็นไขมันที่อันตรายต่อร่างกายและสุขภาพของเราเป็นอย่างมาก ไม่สามารถกำจัดได้โดยการดูดไขมันหน้าท้อง จะต้องอาศัยการเผาผลาญพลังงานของร่างกายเท่านั้น ซึ่งเกิดได้จากการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเป็นประจำ หรือการรับประทานของหวานมากเกินไป ซึ่งไขมันในช่องท้องนี้จะพอกตัวอยู่รอบ ๆ อวัยวะภายในช่องท้อง และแทรกซึมเข้าไปในอวัยวะ เช่นตับ จากนั้นจะทำให้อวัยวะภายในเสียหาย และก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา เช่น เมื่อแทรกซึมเข้าไปในตับแล้วก็จะทำให้ตับอักเสบ และเกิดเป็นมะเร็งตับได้ และความอันตรายของมันไม่ได้มีเพียงเท่านี้ เรียกได้ว่าไขมันในช่องท้องนี้ เป็นภัยเงียบก็ว่าได้ เพราะมันจะไม่แสดงอาการใด ๆ เพียงแต่ทำให้หน้าท้องของเราใหย่ขึ้นเท่านั้นในระยะแรก หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นไขมันทั่วไป ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และมันจะมีอาการก็ต่อเมื่อมันแทรกซึมเข้าไปในอวัยวะภายใน และก่อให้เกิดโรคขึ้นแล้ว ตัวอย่างของโรคที่เกิดขึ้นได้จากการสะสมของไขมันในช่องท้องคือภาวะอ้วนลงพุง หรือโรคอ้วน, เบาหวาน, ไขมันในเลือดสูง, ไวรัสตับอักเสบ หรือโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น
ทำความรู้จักกับ “โรคอ้วน” และโรคแทรกซ้อน พร้อมวิธีการรับมือ

ดูดไขมันหน้าท้องกี่จุด? นับจุดยังไง?

          ทาง Amara Clinic เราจะแบ่งหน้าท้องออกเป็น 4 ส่วน หรือ 4 จุด หลัก ๆ คือท้องส่วนบน, ท้องส่วนกลางหรือรอบสะดือ, ท้องส่วนล่างหรือพุงหมาน้อย และบริเวณเอวที่ปลิ้นออกมาเป็นห่วงยาง ซึ่งหน้าท้องของแต่ละคน ก็จะมีไขมันสะสมในแต่ละจุดที่แตกต่างกันออกไป สำหรับคำถามที่ว่าดูดไขมันหน้าท้องกี่จุดดี? คำตอบคือขึ้นอยู่กับคนไข้แต่ละคนว่ามีไขมันส่วนเกินตรงไหนบ้าง และกังวลตรงไหนเป็นพิเศษ หากแพทย์รู้จุดที่คนไข้กังวลใจอย่างแน่ชัด แพทย์ก็เปิดจุดดูดไขมันในจำนวนที่พอดีกับผลลัพธ์ที่คนไข้คาดหวัง ไม่จำเป็นต้องเปิดแผลเยอะเกินจำเป็น และผลลัพธ์ที่ได้ก็จะตรงตามความต้องการของคนไข้มากที่สุด สำหรับการคิดราคาในการดูดไขมันของทางเอมาร่าคลินิกนั้น เราจะคิดเป็นบริเวณ หรือตำแหน่งค่ะ เช่นหน้าท้องเราแบ่งออกเป็น 4 จุด แต่จะคิดเป็น 2 ตำแหน่งคือ บริเวณหน้าท้องบน-ล่าง = 1 ตำแหน่ง และบริเวณเอวเอส-ปีกหลัง = 1 ตำแหน่งค่ะ

การดูดไขมันหน้าท้อง เหมาะกับใคร?

👉🏻 คนที่มีไขมันส่วนเกินสะสมอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง
👉🏻 คนที่มีหน้าท้องยื่นออกมา
👉🏻 คนที่ไม่มั่นใจในรูปร่างของตนเอง
👉🏻 คนที่ต้องการให้สัดส่วนเล็กลง
👉🏻 คนที่ต้องการให้หน้าท้องแบนราบ
👉🏻 คนที่ต้องการให้เอวคอด เป็น S Curve สวยงาม
👉🏻 คนที่ต้องการให้เห็นกล้ามหน้าท้องชัดขึ้น
👉🏻 คนที่สวมเสื้อผ้าลำบาก
👉🏻 คุณแม่ที่มีหน้าท้องหลังคลอด

ข้อดีของการดูดไขมันหน้าท้อง

✅ สัดส่วนไม่พึงประสงค์ เล็กลงทันทีหลังทำ
✅ ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ
✅ ช่วยให้แต่งตัวได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น
✅ ช่วยให้คุณอวดรูปร่างได้อย่างมั่นใจ
✅ ช่วยให้บุคลิกภาพดีขึ้น
✅ สามารถนำเซลล์ไขมันไปปลูกถ่ายที่อื่นต่อได้ (เติมไขมัน) สำหรับเคสที่ดูดด้วยเครื่องพลังน้ำ (body-jet)

ดูดไขมันหน้าท้องหรือผ่าตัดหนังหน้าท้องดี?

          บางคนอาจจะลังเลว่าจะทำอะไรดี? ระหว่างดูดไขมันหน้าท้องและผ่าตัดหนังหน้าท้อง จริง ๆ แล้ว จุดประสงค์ของการดูดไขมันหน้าท้องและการผ่าตัดหนังหน้าท้องไม่เหมือนกัน การดูดไขมันหน้าท้อง (Liposuction) เหมาะสำหรับคนที่มีไขมันสะสมมาก จนกลายเป็นส่วนเกินออกมา เมื่อดูดไขมันแล้วสัดส่วนดังกล่าวก็จะเล็กลง ทำให้เรากลับมาดูผอมลงได้ ส่วนการผ่าตัดหนังหน้าท้อง (Tummy Tuck) นั้น เหมาะสำหรับคนที่มีผิวที่หย่อนคล้อย ไม่กระชับ หรือย้วยตัวลงมามาก เช่นคุณแม่หลังคลอด หรือคนที่ลดน้ำหนักแบบผิดวิธี เนื่องจากเวลาที่ตั้งครรภ์หรือคนที่มีท้องป่อง-พุงกลมมาก คลอดบุตรหรือลดน้ำหนักลงไปอย่างรวดเร็ว ผิวหนังจะกระชับตัวไม่ทัน ทำให้ผิวหย่อนคล้อยได้ ดังนั้นหลังคลอดจึงต้องใส่ชุดกระชับเพื่อให้หน้าท้องไม่ย้วยตัวลงมานั่นเอง นอกจากนี้สภาพผิวเดิมของคนไข้ก็สำคัญเช่นกัน หากคนไข้มีผิวที่หย่อนคล้อยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็จะทำให้ผิวยิ่งย้วยมากกว่าเดิมหลังการคลอดบุตร, ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว หรือแม้กระทั่งหลังการดูดไขมันในปริมาณมากเช่นกัน

ดูดไขมันหน้าท้อง แล้วผิวจะย้วยไหม???

          บางคนเคยได้ยินมาว่าหลังดูดไขมันหน้าท้องผิวจะย้วย หรือหย่อนคล้อยลงมา ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นข้อมูลที่ไม่ได้ถูกและไม่ได้ผิด เนื่องจากเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย คือสภาพผิวของคนไข้ก่อนดูดไขมัน ต้องดูว่าคนไข้เป็นคนผิวย้วยอยู่แล้วหรือไม่ ถ้าเป็นคนที่ผิวเดิมย้วยอยู่แล้ว หลังดูดไขมันหน้าท้องผิวก็อาจหย่อนคล้อยได้บ้าง ไม่เพียงเท่านี้ต้องดูจากปริมาณไขมันที่ถูกดูดออกไปด้วย ยิ่งดูดออกมา ก็จะทำให้มีช่องว่างระหว่างผิวหนังกับหล้ามเนื้อมาก ส่งผลให้ผิวกระชับตัวไม่ทัน และหย่อนคล้อยลงมาได้เช่นกัน ส่วนวิธีแก้หรือป้องกันปัญหาผิวหย่อนคล้อยนั้น มีอยู่หลายวิธีเช่นกัน วิธีที่ง่ายที่สุดคือการสวมชุดกระชับหลังดูดไขมันทันที! อย่างที่กล่าวไปว่าหลังดูดไขมันหน้าท้องจะมีช่องว่างใต้ผิว เราจึงต้องรีบปิดช่องว่างนี้ เพื่อไม่ให้ผิวหนังขยับตัว และย้วยตัวลงมา การสวมชุดกระชับเป็นหนึ่งในวิธีดูแลตัวเองหลังดูดไขมันที่จะช่วยให้ผิวลัพธ์ออกมาดี สัดส่วนเข้าที่เร็วขึ้น และยังช่วยลดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังดูดไขมันหน้าท้องได้อีกด้วย

          ส่วนวิธีอื่น ๆ เช่นการนวดกระชับ RF เป็นประจำ (ปกติแล้ว ทางคลินิกจะนัดให้คนไข้เข้ามานวดกระชับสัปดาห์ละ 1 ครั้ง) หรือใครที่อยากได้ผิวที่เฟิร์มกระชับ เต่งตึง เห็นกล้ามหน้าท้อง หรืออยากให้สัดส่วนเข้าที่เร็วมาก ๆ แอดมินแนะนำให้ทำกระชับด้วยเครื่อง J Plasma หลังดูดไขมันทันที เพราะจะช่วยให้เราไม่ต้องเปิดแผลใหม่เพิ่ม, สัดส่วนกระชับลงในทันที, ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น, ช่วยลดอาการอักเสบหลังการดูดไขมัน, ผิวเฟิร์มกระชับขึ้นในทันที และสัดส่วนเข้าที่-เข้ารูปเร็วยิ่งขึ้น
ชุดกระชับคืออะไร? จำเป็นแค่ไหนหลังการดูดไขมัน?
“J Plasma” นวัตกรรมยกกระชับผิวจากอเมริกา 

ดูดไขมันแล้วน้ำหนักจะลดลงด้วยไหม?

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าการดูดไขมันหน้าท้องนั้น เป็นการลดสัดส่วน ไม่ใช่การลดน้ำหนัก น้ำหนักของมวลไขมัน และมวลกล้ามเนื้อมีความแตกต่างกันมาก ไขมันจะมีน้ำหนักที่เบา เมื่อดูดไขมันออกไปน้ำหนักจึงไม่ลดลง แต่จะเห็นได้ว่าสัดส่วนลดลงอย่างชัดเจน สำหรับกรณีที่ดูดไขมันทั้งตัว หรือดูดไขมันในปริมาณมากก็มีโอกาสที่น้ำหนักจะลดลงได้ เนื่องจากระหว่างดูดไขมันเรามีการเสียน้ำในร่างกายไปบ้าง หากต้องการลดน้ำหนักแนะนำให้ออกกำลังกายควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร หรือสามารถดูดไขมันลดสัดส่วนก่อนได้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายรักษาหุ่นต่อไป

ดูดไขมันแล้วจะกลับมาอ้วนอีกรึเปล่า?

          การดูดไขมันเป็นทางลัดในการลดสัดส่วน แทนการออกกำลังกายที่จะต้องใช้ระยะเวลากว่าสัดส่วนจะเล็กลง หรือเผลอ ๆ สัดส่วนก็อาจจะไม่เล็กลงก็เป็นได้ ซึ่งแต่ละคนจะมีจุดที่ลดยาก-ง่ายแตกต่างกันไป การดูดไขมันนั้นเป็นการกำจัดไขมันออกจากร่างกาย ไม่ใช่การยับยั้งการสะสมของไขมัน ดังนั้น หากคนไข้ยังมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตและพฤติกรรมการกินแบบเดิม ๆ ก็สามารถกลับมาอ้วนได้อีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะอ้วนขึ้นเหมือนเดิมในระยะเวลาสั้น ๆ เพราะความอ้วน ก็ต้องอาศัยระยะเวลาในการสะสมของไขมันใหม่เช่นกัน ข้อแนะนำสำหรับคนไข้หลังดูดไขมันหน้าท้องคือการออกกำลังกายและควบคุมอาหารควบคู่ไปด้วย

ผู้ชายดูดไขมันได้ไหม? ผู้ชายนิยมดูดไขมันไหม?

          ผู้ชายก็มีไขมันสะสมเหมือนกับผู้หญิง และสามารถดูดไขมันหน้าท้องผู้ชายได้แน่นอน ส่วนมากผู้ชายจะนิยมเป็นการดูดไขมันซิกแพค หรือการดูดไขมันเพื่อให้เห็นกล้ามหน้าท้องชัดขึ้น แต่การดูดไขมันหน้าท้องผู้ชายนั้น อาจทำได้ยากและใช้ระยะเวลานานกว่าการดูดไขมันหน้าท้องผู้หญิงทั่วไป เนื่องจากลักษณะของการเรียงตัว และการเกาะติดกันของเซลล์ไขมันในผู้ชายจะมีความหนาแน่นมากกว่าผู้หญิงนั่นเอง

ดูดไขมันอันตรายไหม? น่ากลัวแค่ไหน?

          ในสมัยก่อนที่มักออกข่าวบ่อย ๆ ว่าดูดไขมันแล้วตาย ทำให้หลาย ๆ คนกังวลกัน ความจริงแล้วเป็นการดูดไขมันกับหมอเถื่อน คลินิกเถื่อนที่ไม่ได้มาตรฐาน ส่วนใหญ่เพราะเป็นการดูดไขมันราคาถูก ซึ่งจะมีราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดมาก คนจึงหันไปเพราะมองว่าราคาดี แต่ผลลัพธ์ที่ได้ไม่คุ้มค่าอย่างแน่นอน เพราะแพทย์ไม่ได้มีความรู้ความเชี่ยวชาญจริง อาจทำให้เกิดอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ เช่นแทงทะลุท้อง ทำให้อวัยวะภายในเสียหาย, วางยาสลบเอง ไม่ใช้วิสัญญีแพทย์แพทย์, ขาเบี้ยว แขนเบี้ยว หรือเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายร้ายแรงอื่น ๆ ได้

          แต่ในปัจจุบันการดูดไขมันหน้าท้องแทบไม่มีอันตราย และไม่จำเป็นต้องกลัวเลย นอกจากการกลัวเจ็บเท่านั้น เพราะในปัจจุบันมีเครื่องดูดไขมันที่ใช้พลังงานต่าง ๆ เข้ามาช่วยสลายไขมัน ทำให้ช่วยเบาแรงแพทย์ไปได้มาก ดังนั้นอาการเหนื่อยล้าของแพทย์และการเกิดข้อผิดพลาดก็จะน้อยลงตามไปด้วย นอกจากนี้ในปัจจุบันแพทย์มีความเชี่ยวชาญจริง และแพทย์หลาย ๆ คนมีประสบการณ์ไม่น้อย มีอุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับกรณีฉุกเฉิน และสำหรับเคสที่ต้องดมยาสลบ ก็มีวิสัญญีแพทย์กำกับดูแลทุกเคสอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว หากเลือกดูดไขมันกับแพทย์ที่เชี่ยวชาญ เป็นแพทย์จริง สถานพยาบาลที่เปิดอย่างถูกกฎหมาย รวมไปถึงการใช้เครื่องดูดไขมันแท้ ก็สามารถมั่นใจได้ว่าจะปลอดภัยแน่นอนค่ะ!

การดูแลตัวเองหลังดูดไขมันหน้าท้อง

🟤 สวมชุดกระชับหลังดูดไขมันอย่างเคร่งครัด ตามที่แพทย์แนะนำ
🟤 ทำความสะอาดแผลผ่าตัดทุกวันจนกว่าจะตัดไหม
🟤 รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ซึ่งประกอบไปด้วยยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) (กินติดต่อกันทุกวันจนหมด), ยาแก้ปวด และยาลดบวม ให้กินทุกครั้งเมื่อมีอาการ
🟤 ดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อให้ร่างกายขับยาชาออกมาในรูปแบบปัสสาวะ ซึ่งจะช่วยลดอาการวิงเวียนศรีษะได้
🟤 ห้ามให้แผลผ่าตัดโดนน้ำในช่วง 7 วันแรกก่อนตัดไหม (ห้ามอาบน้ำ แนะนำให้เช็ดตัวแทน)
🟤 งดอาหารหมักดอง, อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ, อาหารดิบ, อาหารทะเล, ของหมักดอง และงดดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงดสูบบุหรี่ ในช่วง 1 เดือนแรก เพราะจะทำให้แผลหายช้า และเสี่ยงติดเชื้อได้
🟤 งดยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด (ยาแอสไพริน (Aspirin), วิตามินอี, น้ำมันตับปลา, แป๊ะก๊วย หรือโสม เป็นต้น) เพราะจะทำให้แผลหายช้า และฟื้นตัวช้า
🟤 ให้เริ่มออกกำลังกายแบบเบา ๆ หลังดูดไขมันไปแล้วประมาร 2 สัปดาห์ หากต้องการออกกำลังกายแบบหนัก สามารถทำได้หลังจากดูดไขมันไปแล้ว 1 เดือน
 วิธีดูแลหลังดูดไขมันอย่างถูกวิธี เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

        บทความนี้ จัดทำขึ้นโดย Amara Clinic (เอมาร่า คลินิก) ขอสงวนสิทธิ์ในการห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ คัดลอก ทำซ้ำ หรือเผยแพร่บทความนี้ในนามอื่น (ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา, ข้อมูลทั้งหมด หรือบางส่วนก็ตาม) โดยไม่ได้รับอนุญาต หากพบเจอจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย

จองคิวปรึกษา

ดูดไขมันที่เอมาร่า คลินิก

ฟรี! ของแถมสุดพิเศษ !
เฉพาะลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ เท่านั้น

    สอบถามเพิ่มเติมได้ที่นี่
    LINE : @amaraclinic